Feeds:
Posts
Comments

Posts Tagged ‘Psychology’

Achieving Your Childhood Dreams

child-walking1

ได้มีโอกาสไปดู Lecture VDO clip ใน youtube ที่ดีมากๆและอยากนำมาแนะนำให้เพื่อนๆไปลองฟังกันนะคะอาจารย์ท่านนี้ชื่อ Randy Pausch เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ Carnegie Mellon University 

 

Session นี้อาจารย์ทุกท่านจะได้รับโจทย์ให้ขึ้นมาบรรยายว่า ถ้าครั้งนี้เป็น Last Lecture ของคุณ คุณจะถ่ายทอดเรื่องอะไร

หนึ่ง ใน Lecture Class อันทรงคุณค่าแห่งการจดจำ คือเรื่อง Achieving Your Childhood Dreams” โดย อาจารย์ Randy Pausch เค้าได้ถ่ายทอดถึงประสบการณ์ ในชีวิตที่เค้าได้เคยฝันในวัยเด็ก และทำอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จดังที่เค้าได้ฝันไว้ ผู้เขียนเชื่อว่าทุกๆคน มีความฝันในวัยเด็กกันทั้งนั้น แต่ยิ่งเมื่อเราโตขึ้นมาในสังคมเท่าไหร่ ความฝันต่างๆจะถูกจำกัดให้เล็กลงๆ หรือแทบเลือนหายไปจากความทรงจำของเรา เพราะสถานะปัจจุบันและโลกที่เราเผชิญทำให้เรารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้ายิ่งเราละทิ้งความฝันไปเท่าไหร่ ตัวเรานั่นเองเป็นคนปล่อยให้โอกาสที่จะได้รับสิ่งที่ต้องการให้ห่างออกจากมือเราไป ไม่ใช่ใครอื่น เนื่องด้วยเราจะไม่มีความตั้งใจที่จะทำให้มันเป็นจริงนั่นเอง.. ดังนั้นความฝันและเป้าหมายผู้เขียนเชื่อว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเสมอ

ปัจจุบันอาจารย์ท่านนี้ได้เสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคมะเร็ง ทำให้ The Last Lecture นี้กลายเป็น The Last Lecture ของเขาไปแล้วจริงๆ แต่เค้าได้ฝากแง่คิดดีๆไว้ให้พวกเรามากมาย ลองเข้าไปชมกันตาม clip ข้างล่างนี้ได้เลยนะคะ หรือว่าถ้าใครสนใจอยากอ่านหนังสือของอาจารย์ท่านนี้ก็มีแปลเป็นไทยในชื่อว่า เดอะลาสต์เลกเชอร์ : The Last Lecture

 

Read Full Post »

1254544_6103359

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสเห็นบทความชุดหนึ่งซึ่งเป็นบทความที่มีความหมายที่ดีมากและอยากนำเอามาถ่ายทอดให้เพื่อนๆได้อ่านกัน แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่ง เพราะไม่ได้ระบุทิ้งท้ายไว้ ยังไงต้องขอขอบพระคุณไว้ ณ. โอกาสนี้ด้วยค่ะ ที่เขียนสิ่งดีๆมาให้เป็นเครื่องเตือนใจ และถ้าใครทราบว่าผู้ใดเป็นผู้แต่งขึ้นรบกวนช่วยแจ้งผู้เขียนด้วยนะคะ

สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต

สิ่งที่ร่ำรวยที่สุดของชีวิต คือ สุขภาพที่แข็งแรง
บาปกรรมใหญ่หลวงที่สุดของชีวิต คือ ไม่กตัญญู
ความโง่เขลาที่สุดของชีวิต คือ ติดยาเสพติด
ความพ่ายแพ้ที่สุดของชีวิต คือ การทะนงตัว
ของกำนัลที่มีค่าที่สุดของชีวิต คือ การให้อภัย
ความชั่วช้าต่ำต้อยที่สุดของชีวิต คือ การข่มเหงผู้อื่น
การผิดพลาดร้ายแรงที่สุดของชีวิต คือ การเล่นการพนัน
การล้มละลายครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือ ความสิ้นหวัง
ความสุขมากที่สุดของชีวิต คือ การช่วยเหลือผู้อื่น
การยอมรับและนับถือได้มากที่สุดของชีวิต คือ ความก้าวหน้า

คนเราสร้างแต่ความดี ถึงแม้ว่าลาภผลยังไม่ได้รับ แต่สิ่งที่เป็นภัยวิบัตินั้น ได้หลีกห่างไปไกล
คนเราทำแต่ความชั่วถึงแม้ความชั่วนั้นยังไม่ได้ตอบสนอง แต่ผลบุญนั้น ได้หลีกห่างไปไกล

Read Full Post »

 

aa2

มนุษย์เราในวันนึงจะมีเรื่องราวหลายอย่างมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต วันนี้เราอาจมีความสุข ในขณะที่อีกวันมีความทุกข์ และคิดว่าตัวเองกำลังโชคร้าย มนุษย์เรานั้นมีพลังอยู่ด้วยกันหลายด้าน อันได้แก่ พลังทางกาย พลังทางความคิด และพลังทางด้านอารมณ์

 

การที่จะลงมือทำอะไรให้สำเร็จสักอย่าง ระหว่าง พลังความคิด และพลังทางด้านอารมณ์ หรือที่เราเรียกว่าพลังสภาวะจิตนั้น คุณคิดว่าอะไรมีอิทธิพลมากกว่ากัน

 

หลายๆคนอาจคิดว่า พลังความคิด เพราะถ้าเรามีความคิดที่ยอดเยี่ยม เราก็คงผลิตผลงานออกมาต่างๆได้ดีแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ลองสังเกตดูว่า วันไหนที่เรารู้สึกอารมณ์ไม่ค่อยดี ถึงความคิดจะบรรเจิดแค่ไหน มันก็แทบที่จะผลักดันชิ้นงานดีๆออกไปไม่ได้ เพราะว่าจิตใจของเรากำลังเศร้าหมองและไม่มีใจอยากจะทำอะไรนั่นเอง

 

ดังนั้นเราจึงควรลดอารมณ์ความเศร้าหมองและทำให้จิตใจผ่องแผ้วเป็นปกติดีเสียก่อน เพื่อพร้อมที่จะทำงานใดๆต่อไป ฟังแล้วอาจจะเหมือนง่าย แต่ก็ทำไม่ได้ง่ายนัก ถ้าไม่เข้าใจสาเหตุแห่งความเศร้าหมอง
ก่อนอื่นควรทราบก่อนว่า จิตใจที่เศร้าหมองและเป็นทุกข์นั้นเกิดขึ้นจากที่ใด หลายคนบอกว่า เกิดจากเพื่อนร่วมงานบ้าง แฟนบ้าง หัวหน้าบ้าง ต่างก็เป็นบุคคลคนรอบตัวคุณ ที่เป็นสาเหตุทำให้คุณโกรธและ เสียใจ  แน่ใจแล้วหรือว่าเป็นเช่นนั้น

วันนี้ ถ้าคุณถือก้อนหินก้อนนึงอยู่ แล้วให้ถือมันตั้งแต่เช้าจรดเย็น คุณเมื่อยหรือไม่ แล้วถ้าคุณกำมันแรงๆ คุณเจ็บหรือไม่ แล้วถ้าอยากหายเมื่อยหายเจ็บคุณจะทำยังไง คำตอบก็คือ หยุดกำหินและวางหินลง เฉกเช่นเดียวกัน ถ้าเปรียบก้อนหินเป็นเสมือนความทุกข์ และมือคุณคือจิตใจของคุณ ก้อนหินจะไม่มีวันวางคุณลง ตราบใดที่คุณยังไม่ยอมปล่อยก้อนหินลงก่อน ความทุกข์ที่เกิดขึ้นมิได้เกิดจากคนรอบข้างแต่เกิดและเริ่มที่ตัวเรา เอง

 

นอกเหนือจากนี้แล้วสิ่งที่ต้องมาควบคู่กันกับการฝึกปล่อยวางและทำจิตใจให้เบิกบาน ก็คือ สติ ที่บอกว่า สติ นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตัวเองจะรู้จิตตัวเองทุกเมื่อ ว่ากำลังจะมีอารมณ์เช่นใด เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้มีโอกาสที่จะทุกข์ใจ การมีสติกำกับจะเป็นตัวบอกตัวเราเองว่าให้หยุดนำพาอารมณ์ของตนที่มีไปผสมและปรุงแต่ง จงตัดสินปัญหาด้วยเหตุและผล

 

ในหลายๆครั้ง มักมีคนคิดและบอกกับตัวเองเสมอว่า คนนั้นคนนี้เค้าสามารถมีความสุขได้ เพราะเค้าร่ำรวยแล้ว เค้าโชคดีบ้าง เค้ามีคนที่เค้ารักแล้วบ้าง เรายังไม่มีแบบนั้นสักหน่อยแต่ในความเป็นจริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้น

สิ่งที่กำลังคิดและบอกตัวเองเช่นนี้เป็นหนทางยิ่งนำพาไปสู่ความทุกข์ เป็นการย้ำเตือนจิตใต้สำนึกตัวเองไม่ให้มีความสุขตั้งแต่เริ่มแรก ยิ่งคุณรู้สึกว่าคุณมีปัญหา ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับว่า คุณจะฝึกให้มีความสุขไม่ได้

 

ดังนั้นทุกคนสามารถที่จะเริ่มต้นนับตั้งแต่วันนี้ ทำจิตใจให้เบิกบานสู้รบกับ ปัญหาที่มาก่อน จงอย่ารอให้ต้องมีเหตุผลที่จะมีความสุข จงตัดสินใจนับตั้งแต่นาทีนี้ว่าจะมีความสุขในวันนี้และทุกวัน แล้วสิ่งที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงเข้ามาหาคุณเอง

Read Full Post »